มันแปรรูป

 

eiam

ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปจีนเป็นอันดับหนึ่ง ตลาดที่มีความสำคัญรองลงไปคือ ญี่ปุ่นและไต้หวัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มันอัดเม็ดและมันเส้นนั้นเกือบทั้งหมดส่งออกไปยังจีน ส่วนผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆนอกจากมันอัดเม็ดและมันเส้นแล้ว จีนมีสัดส่วนตลาดส่งออกเป็นอันดับสองรองจากไต้หวันสำหรับผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง รองจากญี่ปุ่นสำหรับผลิตภัณฑ์เด็กตรินและโมดิไฟด์สตาร์ช และรองจากฟิลิปปินส์สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่นๆ
ปัจจุบันจีนผลิตหัวมันสำปะหลังได้ประมาณ 3.5-4.0 ล้านตันต่อปี แหล่งผลิตที่สำคัญอยู่บริเวณตอนใต้ของประเทศ โดยเฉพาะมณฑลกวางสีและไหหลำ นอกจากนี้ยังมีการปลูกมันสำปะหลังในมณฑลกวางตุ้ง ยูนานและฟูเจี้ยน ปริมาณการผลิตมันสำปะหลังได้ไม่เพียงพอกับความต้องการในประเทศ เนื่องจากผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ ขาดพันธุ์ดี และมีปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ โดยในแต่ละปีจีนมีความต้องการผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเกือบ 7 ล้านตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการคาดการณ์ถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตภัณฑ์สำปะหลังเป็นวัตถุดิบ ดังนี้

1.อุตสาหกรรมที่ใช้มันเส้นเป็นวัตถุดิบ

– อุตสาหกรรมผลิตแอลกอฮอล์
จีนใช้มันเส้นในการผลิตแอลกอฮอล์และเหล้าเพื่อการบริโภคและบางส่วนใช้เป็นเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการผลิตแอลกอฮอล์นั้นสามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลายประเภท เช่น ข้าวโพด กากน้ำตาล มันเส้น เป็นต้น ซึ่งคุณภาพของแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้นั้นไม่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกวัตถุดิบชนิดใดจึงขึ้นอยู่กับราคาของวัตถุดิบนั้น โดยทั่วไปการใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบนั้นไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากเกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นข้าวโพดและมันเส้นเป็นสินค้าที่ทดแทนกันได้ ปัจจุบันจีนใช้มันเส้นเป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์เฉลี่ยประมาณ 1.92 ล้านตันต่อปี หรือร้อยละ 20 ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์ทั้งหมด
คู่แข่งสำคัญในการส่งออกมันเส้นเพื่อป้อนอุตสาหกรรมผลิตแอลกอฮอล์ในจีน คือ เวียดนามและอินโดนีเซีย แม้ว่าราคามันเส้นของเวียดนามและอินโดนีเซียจะสูงกว่าไทย แต่ทั้งสองประเทศส่งออกในลักษณะมันเส้นประเภทปอกเปลือก มีเปอร์เซนต์ทรายปนน้อยกว่า และปริมาณเชื้อแป้งสูงกว่า
-อุตสาหกรรมผลิตกรดมะนาว
จีนนำเข้ามันเส้นเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตกรดมะนาว ซึ่งกรดมะนาวนี้เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมเส้นใยและโลหะ ปัจจุบันจีนมีการผลิตกรดมะนาวเฉลี่ยประมาณ 350,000 ตันต่อปี ซึ่งนับว่าเป็นผู้ผลิตกรดมะนาวอันดับหนึ่งของโลก วัตถุดิบหลักในการผลิตคือ มันเส้นและข้าวโพด จีนมีความต้องการมันเส้นสำหรับผลิตกรดมะนาวปีละประมาณ 260,000 ตัน การใช้มันเส้นในการผลิตกรดมะนาวนั้นต้องเป็นมันเส้นปอกเปลือกและมีเปอร์เซนต์ทรายผสมอยู่ในปริมาณต่ำ ทำให้มันเส้นของเวียดนามและอินโดนีเซียเป็นที่นิยมมากกว่ามันเส้นจากไทย แม้ว่าราคาจะแพงกว่า อย่างไรก็ตามผู้ผลิตกรดมะนาวในจีนคาดว่าถ้าราคามันเส้นของไทยถูกกว่าเวียดนาม 20-30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันจะทำให้มันเส้นของไทยสามารถแข่งขันกับมันเส้นเวียดนามเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกรดมะนาวได้
– อุตสาหกรรมอาหารสัตว์
ปัจจุบันอัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของจีนอยู่ในเกณฑ์สูง เนื่องจากความต้องการเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากรายได้ของคนจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สมาคมอาหารสัตว์ของจีนประมาณการว่าในปี 2553 จีนจะมีความต้องการอาหารสัตว์สูงถึง 150 ล้านตัน แยกเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ประเภทแป้งประมาณร้อยละ 60-70 ส่วนที่เหลือเป็นประเภทโปรตีน ซึ่งปัจจุบันจีนพึ่งพาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนใหญ่ แต่คาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของจีนจะไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่มันเส้นจะเข้าไปเป็นพืชทดแทน อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์มันเส้นนั้นมีระดับโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการเติบโตของปศุสัตว์ต่ำกว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นถ้าใช้มันเส้นทดแทนก็จะต้องมีการเพิ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ประเภทโปรตีน โดยเฉพาะถั่วเหลืองและปลาป่น จึงอาจกล่าวได้ว่าโอกาสที่จีนจะใช้มันเส้นทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับราคาของถั่วเหลืองและปลาป่น

2.อุตสาหกรรมที่ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ

จีนมีความต้องการใช้แป้งโดยรวมปีละประมาณ 1.5 ล้านตัน โดยร้อยละ 80 เป็นแป้งข้าวโพด ส่วนแป้งมันสำปะหลังส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการทำกระดาษ ในจีนมีอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทที่ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ ได้แก่ สารให้ความหวาน ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่ม และยาสีฟัน อุตสาหกรรมกระดาษ(โดยแป้งมันสำปะหลังจะเคลือบอยู่ประมาณร้อยละ 5 ของน้ำหนักกระดาษ) อุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งใช้ในการชุปด้ายที่ใช้สำหรับการทอผ้า การพิมพ์ผ้า และเพื่อเพิ่มความเงางามและคงทนของเนื้อผ้า อุตสาหกรรมกาว ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมกระดาษและไม้อัด

3.อุตสาหกรรมที่ใช้แป้งแปรรูปเป็นวัตถุดิบในการผลิต

ในการผลิตแป้งมันสำปะหลังแปรรูปนั้นเลือกใช้วัตถุดิบได้ 3 ลักษณะ คือ หัวมันสำปะหลัง แป้งดิบ(Native Starch) และมันเส้น ซึ่งการเลือกใช้วัตถุดิบแต่ละประเภทนั้นขึ้นอยู่กับฤดูการผลิตและราคาของวัตถุดิบแต่ละชนิด โดยปกติจะไม่นิยมใช้มันเส้นในการผลิตแป้งแปรรูป เนื่องจากคุณภาพแป้งจะต่ำกว่าปกติ และต้นทุนการผลิตอยู่ในเกณฑ์สูง ยกเว้นในช่วงที่มีการขาดแคลนวัตถุดิบ เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพแป้งดิบของไทยและเวียดนามแล้วพบว่าคุณภาพแป้งดิบของไทยนั้นดีกว่า แต่ไทยนั้นเสียเปรียบในเรื่องอัตราภาษีนำเข้า กล่าวคือ ไทยต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 37.0 ในขณะที่เวียดนามเสียภาษีเพียงร้อยละ 18.5
ในบรรดาประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปยังจีน ไทยมีสัดส่วนร้อยละ 78.0 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด เวียดนามร้อยละ 11.0 และอินโดนีเซียร้อยละ 8.0 อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาแยกประเภทของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ดังนี้
– มันเส้นและมันอัดเม็ด
จีนนำเข้าจากไทยถึงร้อยละ 84.0 ขณะที่อินโดนีเซียมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 8.4 และเวียดนามร้อยละ 8.0 ซึ่งการนำเข้ามันเส้นและมันอัดเม็ดนั้นจีนนำเข้าเพื่อผลิตแอลกอฮอล์และทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในกรณีที่ปีนั้นผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของจีนได้รับความเสียหาย หรือปริมาณการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ
– แป้งดิบ
ไทยครองตลาดอันดับหนึ่งมีสัดส่วนตลาดร้อยละ 68.0 คู่แข่งสำคัญคือเวียดนาม
– โมดิฟายด์สตาร์ช
จีนนำเข้าจากไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณนำเข้าทั้งหมด รองลงมา คือ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี
– แป้งแปรรูป
นั้นเดิมไทยเคยครองตลาดเป็นอันดับหนึ่ง โดยครอบครองส่วนแบ่งตลาดเกือบร้อยละ 40 แต่ปัจจุบันเวียดนามแย่งส่วนแบ่งตลาดไปจากไทย และกลายเป็นผู้ส่งออกแป้งแปรรูปไปยังจีนมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีส่วนแบ่งตลาดเกือบร้อยละ 50.0
– สาคู
ไทยส่งออกไปจีนมากที่สุดครองสัดส่วนตลาดถึงร้อยละ 80 คู่แข่งสำคัญคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯและอินโดนีเซีย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *